ความแตกต่างระหว่าง ฆพ., ฆอ., ฆท. และ ฆสมพ. ที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้
สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงการผลิตภัณฑ์สุขภาพและเครื่องมือแพทย์ เมื่อถึงเวลาที่ต้องวางแผนการตลาดและทำสื่อโฆษณา อุปสรรคแรกที่มักทำให้สับสนคือตัวอักษรย่อของใบอนุญาตต่างๆ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
หลายคนมักเสิร์ชหา ความแตกต่าง ฆพ ฆอ หรือสงสัยว่าสินค้าของตนเองต้อง ขออนุญาต อย. ในหมวดหมู่ไหนกันแน่? การยื่นผิดหมวดหมู่นอกจากจะทำให้เสียค่าธรรมเนียมฟรีแล้ว ยังทำให้แคมเปญโฆษณาต้องล่าช้าออกไปอีกด้วย วันนี้เราจะมาสรุปความแตกต่างของใบอนุญาตโฆษณาทั้ง 4 ประเภทให้เข้าใจง่ายๆ ในบทความเดียวครับ
ทำไมต้อง ขออนุญาต อย. ก่อนยิงแอดหรือโพสต์โฆษณา?
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกาย เป็นสินค้าควบคุมที่ อย. ให้ความสำคัญอย่างเข้มงวด การสื่อสารทางการตลาดทุกรูปแบบ (ไม่ว่าจะเป็น ภาพแบนเนอร์, วิดีโอรีวิว, แคปชันบน Facebook หรือป้ายบิลบอร์ด) จะต้องผ่านการคัดกรองเนื้อหา เพื่อป้องกันการใช้คำโฆษณาโอ้อวดเกินจริงที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด เมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว แบรนด์จึงจะได้ "เลขที่ใบอนุญาต" มาแสดงบนสื่อโฆษณานั้นๆ
เจาะลึก ความแตกต่าง ฆพ., ฆอ., ฆท. และ ฆสมพ.
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ลองมาดูเกณฑ์การแบ่งประเภทใบอนุญาตตามลักษณะของสินค้ากันครับ:
1. ฆพ. = ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์
นี่คือใบอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อการวินิจฉัย บรรเทา หรือรักษาโรคด้วยกลไกทางกายภาพ (ไม่ได้ออกฤทธิ์ทางเคมีในร่างกายเหมือนยา)
-
สินค้าที่ต้องขอ ฆพ.: เครื่องวัดความดัน, เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด, ชุดตรวจ ATK, ถุงยางอนามัย, คอนแทคเลนส์, หน้ากากอนามัยทางการแพทย์, เตียงผู้ป่วย รวมถึงเครื่องเลเซอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ในคลินิกความงาม
-
จุดสังเกต: ต้องแสดงข้อความ “อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้” ควบคู่กับเลข ฆพ. เสมอ
2. ฆอ. = ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่รับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย (แต่ไม่สามารถเคลมว่าใช้ "รักษาโรค" ได้)
-
สินค้าที่ต้องขอ ฆอ.: อาหารเสริม, วิตามิน, เครื่องดื่มชูกำลัง, กาแฟลดน้ำหนัก (ที่ขึ้นทะเบียนเป็นอาหาร), นมผงสำหรับเด็ก
-
จุดสังเกต: ความแตกต่าง ฆพ ฆอ ที่ชัดเจนที่สุดคือ ฆอ. จะห้ามใช้คำที่สื่อถึงการรักษาโรคเด็ดขาด และมักมีคำเตือนเช่น “ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค” ควบคู่กับเลข ฆอ.
3. ฆท. = ใบอนุญาตโฆษณายา
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์ทางเคมีเพื่อมุ่งเน้นการ "รักษา" หรือ "บรรเทาอาการ" ของโรคโดยตรง
-
สินค้าที่ต้องขอ ฆท.: ยาสามัญประจำบ้าน, ยาแก้ปวด, ยาแก้ไอ, ยาทาบรรเทาอาการอักเสบ (ที่ขึ้นทะเบียนเป็นยา)
-
จุดสังเกต: การขออนุญาตโฆษณายาจะมีความเข้มงวดสูงที่สุด ห้ามใช้พรีเซนเตอร์ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์หรือโฆษณาว่ามีสรรพคุณรักษาโรคครอบจักรวาล
4. ฆสมพ. = ใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร
หมวดหมู่นี้ถูกแยกออกมาเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติโดยเฉพาะ
-
สินค้าที่ต้องขอ ฆสมพ.: ยาสมุนไพร, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นสมุนไพร (ตามประกาศ อย.), ยาหม่องสมุนไพร
-
จุดสังเกต: การพิจารณาจะอิงตามตำรับยาหรือหลักฐานอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ของสมุนไพรชนิดนั้นๆ
เลือกยื่นขอใบอนุญาตผิดประเภท มีผลเสียอย่างไร?
การแยกประเภทสินค้าไม่ออก นำมาซึ่งปัญหาที่ทำให้คนทำการตลาดต้องปวดหัว เช่น:
-
เสียค่ายื่นคำขอฟรี: หากยื่นผิดหมวดหมู่ เจ้าหน้าที่จะตีกลับคำขอ และคุณจะไม่ได้รับค่าธรรมเนียมการยื่นเรื่องคืน
-
เสียเวลาเริ่มต้นใหม่: ต้องไปเตรียมเอกสารและจัดทำ Artwork ใหม่ทั้งหมดให้ตรงกับกฎระเบียบของหมวดหมู่ที่ถูกต้อง ทำให้เสียโอกาสทางการขาย
ครอบคลุมทุกใบอนุญาตโฆษณา ปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา
การทำความเข้าใจข้อกฎหมายของ อย. แต่ละหมวดหมู่ ต้องอาศัยประสบการณ์และความแม่นยำสูง หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณต้องยื่นขอใบอนุญาตประเภทใด หรือมีสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ที่ต้องทำการตลาดพร้อมกัน
มอบหมายความยุ่งยากนี้ให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ! ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและบริการรับยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.), อาหาร (ฆอ.), ยา (ฆท.) หรือ สมุนไพร (ฆสมพ.) เราดูแลให้ตั้งแต่คัดกรองสคริปต์ ปรับเนื้อหาให้ถูกระเบียบ และดำเนินการยื่นจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ เพื่อให้แบรนด์ของคุณก้าวเดินได้อย่างมั่นคงและถูกกฎหมาย 100%






